Light Mode และ Dark Mode ในงานออกแบบ UI — เลือกใช้สียังไงให้ใช้งานได้จริง
ปกติแล้วงานออกแบบ UI ส่วนใหญ่ที่เราเห็นในโปรเจกต์ทั่วไปมักเริ่มจาก Light Mode หรือธีมสีพื้นสว่าง เพราะเป็นรูปแบบที่คนทั่วไปคุ้นเคย ใช้งานง่าย และเหมาะกับการใช้งานในเวลากลางวัน
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Dark Mode ก็กลายเป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่ผู้ใช้งานคาดหวัง โดยเฉพาะในแอปพลิเคชันที่ใช้ต่อเนื่องนาน ๆ หรือใช้งานในที่แสงน้อย เช่น ปิดไฟเล่นมือถือก่อนนอน
แล้วถ้าต้องออกแบบทั้ง 2 โหมด ควรทำยังไง?
หลายคนอาจคิดว่าเราควรออกแบบ Light Mode ให้เสร็จก่อน แล้วค่อย “ออกแบบใหม่ทั้งหมด” สำหรับ Dark Mode — แต่จริง ๆ แล้ว นี่คือกับดักที่ทำให้โปรเจกต์ล่าช้าและดูแลรักษายากมากในระยะยาว
.
แนวทางที่แนะนำคือ:
.

ควร “ออกแบบระบบสี (Color System)” ให้สามารถทำงานได้กับทั้ง Light และ Dark Mode ตั้งแต่ต้น โดยใช้หลักการ Mapping สีจากแหล่งเดียวกัน จะไม่มีการสร้างสีเฉพาะ Light หรือ Dark นั่นเอง
ทำไมต้องใช้แนวทางนี้?

ลดภาระในการดูแล Design System
ถ้าแยกชุดสีใหม่ทั้งหมด เวลามีการอัปเดตจะต้องดูแลทั้ง 2 ชุดแยกกัน ทำให้เกิดโอกาสผิดพลาดสูงมาก
.

เพิ่มความต่อเนื่องของแบรนด์ (Brand Consistency)
ใช้โทนสีเดียวกันทำให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงอัตลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ว่าใช้โหมดไหน
.

พัฒนาและทดสอบได้ง่ายขึ้น
Dev สามารถใช้ Token เดียวกัน แล้วเปลี่ยนค่าจาก Theme ได้เลย ไม่ต้องเขียน CSS หรือ Style แยกมากมาย
.
อย่ามองว่า Light Mode และ Dark Mode คือการออกแบบคนละชุด
ให้มองว่าเรากำลังออกแบบ “ระบบเดียว” ที่แสดงผลได้ 2 แบบ
ด้วยชุดสีที่ควบคุมได้จากแกนกลางเดียวกัน
.

Workshop: Design System in Figma
เรียนสดผ่าน Zoom จากผู้มีประสบการณ์จริงในวงการ UX/UI
มาพร้อมไฟล์ประกอบการเรียน, สไลด์, และวิดีโอย้อนหลัง (ดูได้ 1 ปีเต็ม)
.

เรียน 2 วันเต็ม:
วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม - วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2568
สอนสดออนไลน์ผ่าน Zoom
.

เวลา 9:00 - 16:30 น.
ราคาเพียง 5,900 บาท
.

สมัครเลย:
.

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้แบบเข้มข้น 2 วันเต็ม
.

วันที่ 1: วางรากฐาน Design System อย่างมีหลักการ
.

เข้าใจแนวคิด Design System

แนวคิด Atomic Design และวิธีนำมาปรับใช้

การสร้าง Style Guide เช่น สี ตัวอักษร และระยะห่าง (Spacing)

Auto Layout

Components และ Variants

พื้นฐานการออกแบบเพื่อรองรับ Accessibility
.

วันที่ 2: เจาะลึกการใช้งานจริงในทีมและโปรเจกต์
.

ใช้งาน Design Tokens

เทคนิคการสร้าง Nested Components

Responsive

สลับ Light/Dark Mode

Prototype

แชร์และใช้งานผ่าน Team Library

ส่งมอบงานให้ Dev อย่างชัดเจนด้วย Design Handoff
.

เหมาะกับใคร?
.

UX/UI Designer ที่ต้องการยกระดับการทำงานให้เป็นระบบ พร้อมขยายงานสู่ระดับทีม

นักออกแบบที่อยากเข้าใจและจัดการกับ Style, Components, และ Handoff อย่างเป็นระบบ

Developer, Product Owner, หรือ Project Manager ที่ทำงานร่วมกับ Designer และอยากเข้าใจ Design System อย่างถูกต้อง

ผู้ที่ใช้ Figma อยู่แล้ว และอยากเรียนรู้เทคนิคระดับ Advance ที่นำไปใช้ได้ทันที
.

สิ่งที่คุณจะได้รับจากเวิร์กช็อปนี้

ไฟล์ตัวอย่าง + สไลด์การสอน

แบบฝึกปฏิบัติจริง พร้อมคำแนะนำระหว่างเรียน

วิดีโอบันทึกการสอนย้อนหลัง (ดูได้ 1 ปีเต็ม)

ใบรับรองการผ่านการอบรม
.

สมัครเลย:
.
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line: @figma
Inbox: